Impact EnterpriseAssist-ImpactIMPACT ENTERPRISE CO., LTD.
โทรสอบถาม02 402 8160-7

กฎระเบียบ

US EPA เสนอยกเลิกเกณฑ์ PFAS บางชนิดในน้ำดื่ม และเปิดให้ขอขยายกำหนด PFOA/PFOS ถึงปี 2031

EPA เสนอ 2 ร่างกฎ: ยกเลิกเกณฑ์ PFHxS, PFNA, HFPO-DA และ Hazard Index และให้ระบบประปาที่เข้าเงื่อนไขขอขยายกำหนดค่า PFOA/PFOS จากปี 2029 ถึงปี 2031 ยังเป็นร่าง

PFAS ในน้ำดื่ม ภาพจำลองมือสวมถุงมือจับขวดเก็บตัวอย่างน้ำใกล้อ่างล้างในห้องแล็บ

เมื่อ 18 พฤษภาคม 2026 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (US EPA) เสนอร่างกฎ 2 ฉบับเกี่ยวกับสาร PFAS ในน้ำดื่ม ฉบับแรกยกเลิกเกณฑ์ของ PFHxS, PFNA, HFPO-DA (GenX) และค่า Hazard Index ของสารผสมซึ่งรวม PFBS ด้วย ฉบับที่สองคงค่าสูงสุด (MCL) ของ PFOA และ PFOS ไว้ที่ 4.0 ppt (ประมาณ 4 ng/L) แต่เปิดให้ระบบประปาที่เข้าเงื่อนไขขอเวลาเพิ่มอีก 2 ปี จากปี 2029 เป็นปี 2031

ตามกฎปี 2024 ระบบประปาต้องตรวจ PFAS รอบแรกให้เสร็จภายในปี 2027 และปฏิบัติตามเกณฑ์ภายในปี 2029 ตามร่างใหม่ ระบบที่ไม่ได้ขอขยายเวลายังอยู่ภายใต้กำหนดปี 2029 ร่างทั้งสองฉบับเปิดรับความเห็น 60 วัน และ EPA จัดรับฟังความเห็นสาธารณะเมื่อ 7 กรกฎาคม 2026 ณ วันที่ปรับปรุงข่าวนี้ หน้า PFAS ของ EPA ยังระบุทั้งสองฉบับเป็นร่าง ไม่ใช่กฎที่มีผลแล้ว

PFAS คืออะไร และทำไมเกณฑ์ของสหรัฐฯ จึงเป็นข่าวใหญ่

PFAS เป็นกลุ่มสารเคมีสังเคราะห์ที่มีพันธะคาร์บอน–ฟลูออรีน ใช้ในสารเคลือบกันน้ำกันน้ำมัน โฟมดับเพลิง และกระบวนการอุตสาหกรรมหลายประเภท สารกลุ่มนี้สลายตัวในสิ่งแวดล้อมช้ามาก จึงถูกเรียกว่า "สารเคมีตลอดกาล" (forever chemicals) และพบได้ทั้งในแหล่งน้ำ ดิน และอาหาร

เกณฑ์ปี 2024 ของ EPA เป็นเกณฑ์ PFAS ในน้ำดื่มระดับชาติฉบับแรกของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้ตามกฎหมาย ค่า 4 ng/L ต่อสารหนึ่งชนิดเข้มงวดกว่าเกณฑ์น้ำดื่มของสหภาพยุโรปซึ่งกำหนดผลรวม PFAS 20 ชนิดไว้ที่ 100 ng/L ตัวเลขของสหรัฐฯ จึงมักถูกยกมาเทียบในวงการน้ำ เมื่อสหรัฐฯ ปรับบางส่วน ควรอ่านให้ครบว่าอะไรเปลี่ยนและอะไรไม่เปลี่ยน ค่า PFOA และ PFOS ยังคงเดิม สิ่งที่เสนอให้เปลี่ยนคือสารอีก 4 รายการและระยะเวลาปฏิบัติตาม

ส่งผลอะไรกับประเทศไทย

ไทยไม่ได้อยู่ภายใต้กฎน้ำดื่มของสหรัฐฯ โดยตรง และทีมเรียบเรียงยังไม่พบเกณฑ์ PFAS ในน้ำดื่มที่ไทยประกาศใช้ ผลกระทบจึงมาทางอ้อม เส้นทางแรกคือกฎหมายสารเคมีของไทย ซึ่งเดินตามอนุสัญญาสตอกโฮล์ม ไม่ได้เดินตาม EPA กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่ม PFOA เกลือ และสารประกอบที่เกี่ยวข้องเข้าบัญชีวัตถุอันตราย มีผลตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2565 โดยเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เฉพาะการใช้ที่ได้รับยกเว้น เช่น โฟมดับเพลิงบางประเภทและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ การใช้นอกจากนั้นเป็นชนิดที่ 4 ซึ่งห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง

ส่วน PFHxS ซึ่ง EPA เสนอยกเลิกเกณฑ์ในน้ำดื่ม ถูกบรรจุในภาคผนวก A ของอนุสัญญาสตอกโฮล์มเมื่อปี 2022 และกรมโรงงานอุตสาหกรรมเปิดรับฟังความเห็นเมื่อ 1–15 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเพิ่ม PFHxS และสารที่เกี่ยวข้อง 147 รายการเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ทีมเรียบเรียงยังไม่พบประกาศฉบับสุดท้าย แต่ทิศทางนี้แสดงว่าการผ่อนเกณฑ์น้ำดื่มของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้การควบคุมตัวสารในไทยผ่อนตามไปด้วย

เส้นทางที่สองคือการส่งออก สหภาพยุโรปกำหนดค่าสูงสุดของ PFOS, PFOA, PFNA และ PFHxS ในไข่ เนื้อปลา สัตว์น้ำเปลือกแข็ง หอยสองฝา เนื้อสัตว์ และเครื่องใน ตามระเบียบ (EU) 2022/2388 ซึ่งปัจจุบันรวมอยู่ในระเบียบ (EU) 2023/915 กลุ่มนี้ตรงกับสินค้าส่งออกของไทยอย่างกุ้งและผลิตภัณฑ์ประมง และตั้งแต่ 12 มกราคม 2026 น้ำดื่มในประเทศสมาชิก EU ต้องเป็นไปตามค่า Sum of PFAS (PFAS 20 ชนิด) 0.1 µg/L และ PFAS Total 0.5 µg/L ผู้ส่งออกไปยุโรปจึงยังต้องใช้เกณฑ์ของ EU ตามเดิม ไม่ว่าร่างของสหรัฐฯ จะผ่านหรือไม่

เส้นทางที่สามคือข้อมูลในประเทศ ซึ่งยังมีไม่มาก งานวิจัยของ Kunacheva และคณะ (2009) พบ PFOS เฉลี่ย 1.9 ng/L และ PFOA เฉลี่ย 4.7 ng/L ในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนน้ำทิ้งจากนิคมอุตสาหกรรมที่ศึกษามี PFOA เฉลี่ย 64.3 ng/L และ PFOS 17.9 ng/L ตัวเลขเหล่านี้เป็นน้ำผิวดินและน้ำทิ้งเมื่อกว่า 15 ปีก่อน จึงนำไปเทียบกับเกณฑ์น้ำดื่มของ EPA โดยตรงไม่ได้ แต่แสดงว่าพบสารกลุ่มนี้ในแหล่งน้ำของไทยในระดับนาโนกรัมต่อลิตร

ใครควรติดตาม และควรเตรียมอะไร

กลุ่มที่ควรติดตามใกล้ชิดคือผู้ส่งออกอาหารทะเลและสินค้าปศุสัตว์ไปยุโรป ผู้ผลิตที่ใช้หรือนำเข้าสารเคลือบ โฟมดับเพลิง หรือวัตถุดิบที่อาจมี PFAS และห้องปฏิบัติการที่รับตรวจให้ลูกค้าต่างประเทศ สำหรับกลุ่มเหล่านี้ เกณฑ์ที่ต้องใช้จริงขึ้นกับประเทศปลายทางและชนิดสินค้า ทีมเรียบเรียงเสนอให้ระบุในข้อกำหนดของผู้ซื้อว่าใช้เกณฑ์ฉบับใด ต้องตรวจสารกี่รายการ และรายงานผลในหน่วยใด เพื่อไม่ให้ข่าวการผ่อนเกณฑ์ของประเทศหนึ่งถูกนำไปใช้แทนเกณฑ์ของอีกประเทศ

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนวางแผนตรวจคือ PFAS ในระดับ ng/L ตรวจด้วยชุดทดสอบภาคสนามหรือโฟโตมิเตอร์สำหรับงานน้ำทั่วไปไม่ได้ ต้องส่งห้องปฏิบัติการที่สกัดตัวอย่างด้วย SPE แล้ววิเคราะห์ด้วย LC-MS/MS เมื่อเลือกแล็บ ควรถามรายชื่อสารที่ครอบคลุม ขีดจำกัดการวัด (LOQ) และวิธีป้องกันการปนเปื้อนระหว่างเก็บตัวอย่าง เพราะวัสดุบางชนิด เช่น PTFE เป็นสารกลุ่มฟลูออโรพอลิเมอร์ที่อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้

แหล่งอ้างอิง

  1. US EPA: PFAS ในน้ำดื่ม สถานะกฎและร่างปี 2026 (ปรับปรุง 18 พ.ค. 2026)
  2. Waste Dive: EPA เสนอยกเลิกเกณฑ์ PFAS 4 รายการ (19 พ.ค. 2026)
  3. Harvard Environmental & Energy Law Program, PFAS in Drinking Water
  4. European Commission: เกณฑ์ PFAS ในน้ำดื่มเริ่มใช้ 12 ม.ค. 2026
  5. Directive (EU) 2020/2184 ว่าด้วยคุณภาพน้ำเพื่อการบริโภค
  6. European Commission: ค่าสูงสุด PFAS ในอาหาร (EU) 2022/2388
  7. ChemLinked: ไทยเพิ่ม PFOA ในบัญชีวัตถุอันตราย (มีผล 22 ธ.ค. 2565)
  8. ChemLinked: กรมโรงงานฯ รับฟังความเห็นเพิ่ม PFHxS เป็นวัตถุอันตราย (6 พ.ย. 2566)
  9. Kunacheva et al. (2009) PFCs ในแม่น้ำเจ้าพระยาและบางปะกง, Water Science and Technology 60(4)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวทั้งหมด →

คุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดคุกกี้แต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้นคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ และเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "การตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บไซต์