Impact EnterpriseAssist-ImpactIMPACT ENTERPRISE CO., LTD.
โทรสอบถาม02 402 8160-7

กฎระเบียบ

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 469 เรื่องอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท มีผลบังคับใช้แล้ว

ประกาศ 469 มีผล 19 พ.ค. 2569 แทนฉบับ 355 ปรับนิยามและฉลากอาหารปิดสนิท ต้องอ่านร่วมกับ GMP และแยกสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออก

อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ภาพจำลองกระป๋องอาหาร ขวดผัก และบีกเกอร์ตัวอย่างบนโต๊ะแล็บ

กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แจ้งว่าประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 469 พ.ศ. 2569 เรื่องอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 และมีผลตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยยกเลิกประกาศฉบับที่ 355 พ.ศ. 2556 ณ วันที่ทบทวนข่าว 2 พฤศจิกายน 2569 ฐานกฎหมายกองอาหารยังแสดงสถานะบังคับใช้ ข่าวนี้จึงเป็นการปรับข้อกำหนดที่ใช้แล้ว ไม่ใช่การเปิดรับความเห็นต่อร่าง

สาระที่ผู้ประกอบการต้องแยกให้ออกคือการปรับนิยามให้เชื่อมกับกระบวนการผลิต ค่า pH และค่าวอเตอร์แอคติวิตี รวมถึงการยกเลิกบัญชีกำหนดน้ำหนักเนื้ออาหารเดิม แต่ยังให้แสดงน้ำหนักเนื้ออาหารบนฉลากเฉพาะอาหารที่สามารถแยกเนื้อได้ ส่วนข้อกำหนดด้านจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนหลายส่วนยังคงอยู่ตามตารางเปรียบเทียบของกองอาหาร จึงไม่ควรอ่านข่าวนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนเกณฑ์ความปลอดภัยทุกข้อ

อาหารปิดสนิทต้องพิจารณากระบวนการผลิตร่วมกับ pH และ aw

ภาชนะมีฝาปิดเพียงอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับจัดประเภทตามประกาศ ต้องดูกรรมวิธี ความสามารถของภาชนะในการป้องกันอากาศ และการเก็บที่อุณหภูมิปกติด้วย อาหารกรดต่ำในขอบข่ายที่กำหนดมี pH มากกว่า 4.6 และ aw มากกว่า 0.85 ส่วนอาหารชนิดปรับกรดมี pH ตั้งแต่ 4.6 ลงมาและ aw มากกว่า 0.85 การกล่าวถึงอาหารที่เป็นกรดทุกชนิดรวมกับอาหารปรับกรดโดยไม่ดูนิยามอาจทำให้เลือกข้อกำหนดผิด

ค่า pH บอกสภาพความเป็นกรด ส่วน aw เกี่ยวข้องกับน้ำที่พร้อมให้จุลินทรีย์ใช้ ทั้งสองค่าไม่ได้วัดสิ่งเดียวกัน และไม่ได้ทดแทนหลักฐานว่ากระบวนการฆ่าเชื้อเหมาะสม ประกาศยังแยกมาตรฐานตามชนิดอาหาร ทีมเรียบเรียงเสนอให้ใช้ข้อมูลผลิตภัณฑ์จริงและเอกสารกระบวนการร่วมกันในการจัดประเภท ไม่ใช้ชื่อทางการค้าว่าอาหารกระป๋องหรืออาหารพร้อมรับประทานเป็นข้อสรุปเพียงอย่างเดียว

โรงงานและผู้นำเข้าไทยต้องแยกสินค้าตลาดในประเทศกับส่งออก

ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายในไทยที่มีอาหารเข้าข่ายต้องทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ฉลาก และระบบการผลิตที่เกี่ยวข้อง ประกาศ 469 ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การผลิตอาหาร และผู้ได้รับอนุญาตตามประกาศ 355 ก่อนฉบับใหม่ใช้บังคับสามารถใช้เลขสารบบเดิมต่อได้ การคงเลขเดิมไม่ได้ยกเว้นการทำให้สินค้าสอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ทีมเรียบเรียงเสนอให้ตรวจรายการสินค้าเป็นรายสูตรและภาชนะก่อนแก้ฉลากทั้งชุด

ข้อยกเว้นสำคัญคือประกาศ 469 ไม่ใช้บังคับกับอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในการส่งออก แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าส่งออกไม่มีข้อกำหนดอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตอาหารปรับกรดหรืออาหารกรดต่ำในภาชนะปิดสนิทที่เข้าข่ายส่งไปสหรัฐฯ มีหน้าที่ด้านการลงทะเบียนสถานที่และยื่นกระบวนการผลิตตาม US FDA ทีมเรียบเรียงเสนอให้แยกเอกสารสำหรับตลาดไทยกับตลาดปลายทาง และยืนยันการจัดประเภทกับผู้รับผิดชอบก่อนใช้เอกสารชุดเดียวกัน

ฝ่ายผลิตและ QC ควรเตรียมหลักฐานมากกว่าค่า pH เพียงค่าเดียว

ข้อกำหนดการควบคุมอาหารปรับกรดใน GMP 420 ระบุการควบคุม pH สมดุลไม่เกิน 4.6 ภายในเวลาที่กำหนด พร้อมวิธีปฏิบัติและบันทึกผลตามความถี่ที่เหมาะสม หน้าที่นี้จึงควรอ้าง GMP ให้ตรงฉบับ ไม่เขียนว่าเกิดขึ้นใหม่ทั้งหมดจากประกาศ 469 ทีมเรียบเรียงเสนอให้ทบทวนจุดเก็บตัวอย่าง เวลาที่วัด การสอบเทียบเครื่องมือ และการเชื่อมบันทึก pH กับสูตร รุ่นผลิต และกระบวนการให้ความร้อน

กระดาษวัด pH หรือโฟโตมิเตอร์ทั่วไปไม่สามารถยืนยันความปลอดเชื้อเชิงการค้าหรือการผ่านข้อกำหนดทุกด้านได้ งานจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนต้องใช้การตรวจในแล็บตามวิธีที่เกี่ยวข้อง ส่วนการพิสูจน์กระบวนการให้ความร้อนต้องอาศัยข้อมูลกระบวนการ ไม่ใช่ผลตรวจปลายทางอย่างเดียว ทีมเรียบเรียงเสนอให้เลือกเครื่องวัด pH ที่เหมาะกับเนื้ออาหารและวิธีที่ใช้ พร้อมแยกแผนตรวจจุลินทรีย์ สารปนเปื้อน และความสมบูรณ์ของภาชนะออกจากกัน

แหล่งอ้างอิง

  1. กองอาหาร อย.: ประชาสัมพันธ์ประกาศ 469 และวันมีผลบังคับใช้
  2. ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศ 469 ฉบับเต็ม เผยแพร่โดยกองอาหาร
  3. กองอาหาร อย.: ตารางเปรียบเทียบประกาศ 355 กับ 469
  4. กองอาหาร อย.: ฐานสถานะกฎหมายอาหาร
  5. กองอาหาร อย.: GMP 420 และข้อกำหนดการควบคุมอาหารปรับกรด
  6. US FDA: การลงทะเบียนและยื่นกระบวนการผลิตอาหารปรับกรดและอาหารกรดต่ำ
  7. US FDA: การตรวจข้อกำหนดสินค้านำเข้า รวมถึง LACF/AF

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวทั้งหมด →

คุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดคุกกี้แต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้นคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ และเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "การตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บไซต์