Impact EnterpriseAssist-ImpactIMPACT ENTERPRISE CO., LTD.
โทรสอบถาม02 402 8160-7

นวัตกรรม

Thermo Fisher เปิดตัว Orbitrap Exploris GC S สำหรับตรวจไดออกซินและสาร POPs

Orbitrap Exploris GC S เป็น GC-MS ความละเอียดสูงสำหรับไดออกซินและสาร POPs การใช้ผลตามกฎระเบียบยังต้องพิสูจน์สมรรถนะของวิธีและแล็บ

ตรวจไดออกซิน ภาพจำลองมือสวมถุงมือใช้ปิเปตกับขวดตัวอย่างโครมาโทกราฟีสีชา

เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 Thermo Fisher Scientific ประกาศเปิดตัว Orbitrap Exploris GC S MS ในชุดเทคโนโลยีที่นำเสนอในงาน ASMS 2026 โดยมุ่งงานตรวจไดออกซิน สารกำจัดศัตรูพืช และสารมลพิษตกค้างยาวนานหรือ POPs ในห้องปฏิบัติการอาหารและสิ่งแวดล้อม เอกสารจำเพาะของผู้ผลิตระบุกำลังแยกมวลสูงสุด 60,000 ที่ m/z 200 ซึ่งเป็นสมรรถนะเครื่องภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ ไม่ใช่ค่าจำกัดสารปนเปื้อนในอาหาร

ณ วันที่ทบทวนข่าว 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้ผลิตเผยแพร่หน้าผลิตภัณฑ์และเอกสารจำเพาะแล้ว ข่าวนี้เป็นการเปิดตัวเครื่องมือ ไม่ใช่กฎหมายใหม่หรือการรับรองให้ทุกแล็บใช้ผลจากเครื่องรุ่นนี้ตัดสินสินค้าได้ทันที ผู้ผลิตเสนอทั้งงานหาปริมาณสารเป้าหมายและการคัดกรองสารอื่น แต่ความครอบคลุมต้องพิจารณาร่วมกับวิธีเตรียมตัวอย่าง ฐานข้อมูล และหลักฐานยืนยันผล

เหตุใดไดออกซินจึงต้องตรวจทั้งรายสารและความเป็นพิษรวม

EFSA อธิบายว่าไดออกซินและ PCB บางกลุ่มคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสะสมในห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะไขมันสัตว์ สารที่มีฤทธิ์คล้ายไดออกซินจึงมักประเมินร่วมกันโดยใช้ค่าความเป็นพิษเทียบเท่า การวิเคราะห์ไม่ได้จบที่การบอกว่ามีสัญญาณของสาร แต่ต้องแยกสารที่ต้องรายงานออกจากสารรบกวนและหาปริมาณให้สัมพันธ์กับฐานการคำนวณที่ใช้

ข้อกำหนดวิธีตรวจของสหภาพยุโรปแยกการคัดกรองออกจากการตรวจยืนยัน และให้ความสำคัญกับการสกัด การทำความสะอาดตัวอย่าง สารมาตรฐานภายใน และการควบคุมคุณภาพ ดังนั้นตัวเลขกำลังแยกที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้ข้ามขั้นตอนเหล่านี้ได้ ทีมเรียบเรียงไม่นำคำเปรียบเทียบสมรรถนะระหว่างเครื่องต่างหลักการมาใช้แทนหลักฐานว่าผลตรวจผ่านเกณฑ์ของวิธี

ผู้ส่งออกและแล็บไทยต้องแยกเกณฑ์ไทยออกจากเกณฑ์ยุโรป

ในไทย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 เป็นกรอบมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน โดยพิจารณาบัญชีท้ายประกาศ มาตรฐาน Codex และหลักฐานประเมินความปลอดภัยตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ทีมเรียบเรียงยังไม่พบค่าจำกัดไดออกซินรายอาหารในบัญชีท้ายประกาศนี้ จึงไม่เขียนว่าไทยใช้ค่าของยุโรปโดยอัตโนมัติ ส่วนข้อมูลกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่ามีการตรวจกลุ่มไดออกซินและ PCB ที่มีฤทธิ์คล้ายไดออกซินในงานศึกษาการได้รับสารจากอาหารของคนไทย แต่ข่าวที่อ้างไม่ได้ให้ผลความเข้มข้นสำหรับนำมาเทียบเกณฑ์

สำหรับโรงงานและแล็บไทยที่ทำงานให้ผู้ส่งออกอาหารไปสหภาพยุโรป ต้องดูค่าสูงสุดตามชนิดสินค้าในระเบียบ (EU) 2023/915 และข้อกำหนดการเก็บตัวอย่างกับวิธีวิเคราะห์ตามระเบียบ (EU) 2017/644 การอ่านผลต้องแยกว่าเป็นไดออกซินอย่างเดียวหรือผลรวมกับ PCB ที่มีฤทธิ์คล้ายไดออกซิน และรายงานบนฐานไขมันหรือฐานน้ำหนักอาหาร ตัวเลขต่างฐานหรือต่างกลุ่มสารไม่ควรนำมาเทียบกันตรง ๆ

โรงงานควรเลือกแล็บจากวิธีและขอบข่ายที่พิสูจน์ได้

ทีมเรียบเรียงเสนอให้ผู้ซื้อวัตถุดิบและฝ่ายประกันคุณภาพกำหนดชนิดสินค้า ประเทศปลายทาง กลุ่มสาร หน่วย และฐานน้ำหนักในใบขอตรวจ จากนั้นขอแล็บยืนยันวิธี ขีดจำกัดการวัด การควบคุมการสูญเสียระหว่างสกัด และขอบข่ายที่รับรองก่อนส่งตัวอย่าง ส่วนแล็บที่ประเมินเครื่องใหม่ควรทดสอบกับตัวอย่างที่มีสารรบกวนจริงและวัสดุอ้างอิง ไม่ตัดสินจากสเปกกำลังแยกเพียงตัวเดียว

ไดออกซินระดับที่ใช้ตัดสินตามมาตรฐานอาหารตรวจยืนยันด้วยชุดทดสอบน้ำหรือโฟโตมิเตอร์ทั่วไปไม่ได้ ต้องใช้แล็บที่มีวิธีเหมาะสม เช่น GC-HRMS หรือ GC-MS/MS ตามเงื่อนไขของข้อกำหนดที่ใช้ อุปกรณ์ SPE หรือคอลัมน์ทำความสะอาดเป็นเพียงส่วนเตรียมตัวอย่าง ไม่ใช่อุปกรณ์ตรวจไดออกซินได้ด้วยตัวเอง การคัดกรองที่พบความเสี่ยงยังต้องเข้าสู่กระบวนการยืนยันตามวิธีที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. Thermo Fisher Scientific: ข่าวเปิดตัวที่ ASMS 2026 ผ่าน Business Wire
  2. Thermo Fisher Scientific: ข้อมูลจำเพาะ Orbitrap Exploris GC S
  3. LCGC International: รายงานข่าว ASMS (1 มิ.ย. 2026)
  4. EFSA: ไดออกซินและ PCB รวมทั้งกรอบกฎหมาย EU
  5. EUR-Lex: Regulation (EU) 2017/644 วิธีเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์
  6. กองอาหาร อย.: ประกาศ 414 มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน
  7. กองอาหาร อย.: คำแปลประกาศ 414 และบัญชีสารปนเปื้อน
  8. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: การเฝ้าระวังสารพิษตกค้างและ Total Diet Study

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวทั้งหมด →

คุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดคุกกี้แต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้นคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ และเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "การตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บไซต์