Impactenterprise

ซัลไฟต์กับซัลเฟตต่างกันอย่างไร? สำหรับงานอาหาร ฉลาก และงานบำบัดน้ำ

สารบัญ

sulphite_vs_sulphate

หลายคนสับสนระหว่าง ซัลไฟต์ และ ซัลเฟต เพราะชื่อคล้ายกัน และทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับธาตุกำมะถันเหมือนกัน แต่ในการใช้งานจริง สองคำนี้ ไม่ใช่สารตัวเดียวกัน และไม่ควรใช้ตรวจแทนกันโดยไม่เข้าใจวัตถุประสงค์

ซัลไฟต์ มักเกี่ยวข้องกับสารกันเสียในอาหาร สารลดคลอรีน และสารที่ช่วยกำจัดออกซิเจนในน้ำ

ส่วน ซัลเฟต เป็นรูปที่เสถียรกว่า มักพบเป็นรูปปลายทางหลังจากซัลไฟต์ทำปฏิกิริยาแล้ว หรือพบในน้ำในรูปของเกลือแร่บางชนิด

ดังนั้น ถ้าต้องการตรวจสารกันเสียกลุ่มซัลไฟต์ในอาหาร แต่ไปตรวจซัลเฟตแทน ผลที่ได้อาจไม่ตอบคำถามที่ต้องการ เพราะสองตัวนี้ให้ความหมายคนละอย่าง


ซัลไฟต์ คืออะไร?

ซัลไฟต์ หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Sulphite / Sulfite คือสารกลุ่มหนึ่งที่มีธาตุกำมะถันเป็นองค์ประกอบ จุดเด่นคือเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่าย โดยเฉพาะออกซิเจน คลอรีน หรือสารออกซิไดซ์

ถ้าพูดในมุมการใช้งาน ซัลไฟต์คือสารที่ยัง “ทำงาน” ได้ เช่น เข้าไปช่วยลดคลอรีน ช่วยชะลอการเปลี่ยนสีของอาหาร หรือช่วยกำจัดออกซิเจนในระบบน้ำบางประเภท

ตัวอย่างสารในกลุ่มซัลไฟต์ เช่น

  • Sodium sulphite
  • Sodium bisulphite
  • Sodium metabisulphite
  • Potassium metabisulphite
  • Sulfur dioxide

ในงานอาหาร ซัลไฟต์อาจถูกใช้เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บ ลดการเกิดสีน้ำตาล หรือช่วยคงสีของอาหารบางประเภท ส่วนในงานน้ำ สารกลุ่ม bisulphite หรือ metabisulphite มักถูกใช้เพื่อลดคลอรีนที่เหลืออยู่ในน้ำ


ซัลเฟต คืออะไร?

ซัลเฟต หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Sulphate / Sulfate เป็นสารอีกกลุ่มหนึ่งที่มีธาตุกำมะถันเหมือนกัน แต่ต่างจากซัลไฟต์ตรงที่ซัลเฟตเป็นรูปที่เสถียรกว่า และทำปฏิกิริยาได้ยากกว่า

sulphite 3 7 69

ถ้าเปรียบเทียบแบบภาษาคนทำงานจริง:

ซัลไฟต์ คือรูปที่ยังทำปฏิกิริยาได้ง่าย
ซัลเฟต คือรูปที่นิ่งกว่า หรือเป็นรูปปลายทางหลังจากซัลไฟต์ทำปฏิกิริยาแล้ว

ตัวอย่างสารกลุ่มซัลเฟต เช่น

  • Sodium sulphate
  • Calcium sulphate
  • Magnesium sulphate
  • Potassium sulphate

ในงานน้ำ ซัลเฟตมักเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ ปริมาณเกลือแร่ หรือค่าทางเคมีของน้ำบางประเภท ไม่ใช่ตัวเดียวกับซัลไฟต์ที่ใช้เป็นสารกันเสียหรือสารลดคลอรีน


ทำไมซัลไฟต์กับซัลเฟตจึงไม่ใช่ตัวเดียวกัน?

ซัลไฟต์และซัลเฟตต่างกันที่ “สภาพของกำมะถัน” ภายในสาร

ในทางเคมี ซัลไฟต์มีกำมะถันอยู่ในสภาพที่ยังเปลี่ยนแปลงต่อได้ง่ายกว่า เมื่อเจอออกซิเจน คลอรีน หรือสารออกซิไดซ์อื่น ๆ ซัลไฟต์สามารถเปลี่ยนไปเป็นซัลเฟตได้

ส่วนซัลเฟตเป็นรูปที่ถูกเปลี่ยนไปไกลกว่าแล้ว จึงเสถียรกว่า และทำปฏิกิริยาได้น้อยกว่า

ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ:

ซัลไฟต์ = ก่อนทำปฏิกิริยาหรือยังเหลือฤทธิ์อยู่
ซัลเฟต = หลังทำปฏิกิริยาแล้วหรือเป็นรูปปลายทางมากกว่า

เพราะเหตุนี้ การตรวจซัลไฟต์และการตรวจซัลเฟตจึงตอบคนละคำถาม


ตารางเปรียบเทียบซัลไฟต์และซัลเฟต

หัวข้อซัลไฟต์ซัลเฟต
ภาษาอังกฤษSulphite / SulfiteSulphate / Sulfate
ลักษณะสำคัญทำปฏิกิริยาได้ง่ายกว่าเสถียรกว่า
ตัวอย่างสารSodium sulphite, Sodium metabisulphiteSodium sulphate, Magnesium sulphate
งานที่พบบ่อยอาหาร งานลดคลอรีน งานกำจัดออกซิเจนงานคุณภาพน้ำ เกลือแร่ หรือรูปปลายทางหลังทำปฏิกิริยา
ความหมายของผลตรวจบอกว่ามีซัลไฟต์เหลืออยู่หรือไม่บอกปริมาณซัลเฟต ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่ามีซัลไฟต์เหลืออยู่
ตรวจแทนกันได้ไหมไม่ควรใช้แทนกันไม่ควรใช้แทนกัน

ซัลไฟต์ในอาหารเกี่ยวข้องกับอะไร?

ในอาหาร คำว่า sulphites มักหมายถึงกลุ่มของ sulfur dioxide และเกลือซัลไฟต์ เช่น sodium sulphite, sodium metabisulphite หรือ potassium metabisulphite

สารกลุ่มนี้อาจพบในอาหารบางประเภท เพราะสามารถช่วยเรื่องการเก็บรักษา สีของอาหาร และการลดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างระหว่างการเก็บ

อาหารที่อาจพบซัลไฟต์ เช่น

  • ผลไม้อบแห้ง
  • ผลไม้ดองหรือผักดองบางชนิด
  • ไวน์
  • น้ำผลไม้บางประเภท
  • อาหารทะเลแห้ง เช่น กุ้งแห้ง หมึกแห้ง
  • ผลไม้กระป๋องบางชนิด
  • ผลิตภัณฑ์แป้งหรือเส้นบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าอาหารทุกชนิดในกลุ่มนี้มีซัลไฟต์เสมอไป ควรใช้คำว่า “อาจพบซัลไฟต์” และควรตรวจสอบจากฉลากหรือใช้ชุดทดสอบเพื่อยืนยัน


อ่านฉลากอาหารควรมองหาคำว่าอะไร?

ถ้าต้องการดูว่าอาหารอาจมีสารกลุ่มซัลไฟต์หรือไม่ ให้มองหาคำเหล่านี้บนฉลาก

คำบนฉลากความหมาย
Sulfur dioxideซัลเฟอร์ไดออกไซด์
Sodium sulphite / Sodium sulfiteโซเดียมซัลไฟต์
Sodium bisulphiteโซเดียมไบซัลไฟต์
Sodium metabisulphiteโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์
Potassium metabisulphiteโพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟต์
E220–E228กลุ่มรหัสสารซัลไฟต์ที่อาจพบในระบบฉลากอาหาร

สำหรับประเทศไทย เอกสารสรุประบุว่าอาหารบรรจุสำเร็จรูปต้องแสดงข้อมูลสารที่ก่อภาวะไวเกิน หากมี sulphite ที่ความเข้มข้น 10 mg/kg หรือมากกว่า

ในมุมผู้บริโภคหรือผู้ตรวจสินค้า ให้จำง่าย ๆ ว่า ถ้าเห็นคำว่า sulphite, sulfite, sulfur dioxide, metabisulphite หรือรหัสกลุ่ม E220–E228 ควรเข้าใจว่าเป็นสารกลุ่มซัลไฟต์ ไม่ใช่ซัลเฟต


ตรวจซัลไฟต์ ไม่เท่ากับ ตรวจซัลเฟต

จุดนี้สำคัญมากสำหรับงาน QC งานโรงงาน และงานแนะนำชุดทดสอบให้ลูกค้า

ถ้าต้องการตรวจสารกันเสียกลุ่มซัลไฟต์ในอาหาร ควรเลือกการตรวจที่เกี่ยวข้องกับ

Sulphite / Sulfite
หรือ
Sulfur dioxide residue

ไม่ควรเลือกตรวจซัลเฟตแทน เพราะซัลเฟตไม่ได้บอกโดยตรงว่าอาหารนั้นมีซัลไฟต์ตกค้างอยู่หรือไม่

เช่นเดียวกับงานน้ำ ถ้ามีการเติม sodium bisulphite หรือ sodium metabisulphite เพื่อลดคลอรีน แล้วต้องการรู้ว่ายังมีสารนี้เหลืออยู่ไหม ควรตรวจ ซัลไฟต์ตกค้าง ไม่ใช่ตรวจซัลเฟต

สรุปคือ:

ถ้าต้องการดูสารที่ยังเหลือและยังทำปฏิกิริยาได้ ให้ตรวจซัลไฟต์
ถ้าต้องการดูรูปปลายทางที่เสถียรกว่า ให้ตรวจซัลเฟต


ตัวอย่างการเลือกชุดทดสอบให้ตรงกับงาน

sulphite 3 7

ต้องการตรวจสารกันเสียในอาหาร

ควรเลือกชุดทดสอบสำหรับ ซัลไฟต์ หรือ sulfur dioxide residue

เหมาะกับตัวอย่าง เช่น

  • ผลไม้อบแห้ง
  • อาหารทะเลแห้ง
  • ผักดอง
  • ผลไม้ดอง
  • น้ำผลไม้บางชนิด
  • วัตถุดิบอาหารที่ต้องการตรวจคัดกรอง

ต้องการตรวจสารลดคลอรีนในน้ำ

ถ้ามีการใช้ sodium bisulphite หรือ sodium metabisulphite เพื่อลดคลอรีน ควรตรวจ ซัลไฟต์ตกค้าง

เหมาะกับงาน เช่น

  • ระบบ RO
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • ระบบผลิตน้ำ
  • งานบำบัดน้ำ
  • งานตรวจน้ำก่อนเข้ากระบวนการ

ต้องการตรวจซัลเฟตในน้ำ

ถ้าต้องการดูปริมาณซัลเฟตในน้ำ เช่น SO₄²⁻ หรือดูคุณภาพน้ำในเชิงเกลือแร่ จึงควรเลือกชุดทดสอบ ซัลเฟต

เหมาะกับงาน เช่น

  • น้ำดิบ
  • น้ำบาดาล
  • น้ำในระบบอุตสาหกรรม
  • งานควบคุมคุณภาพน้ำบางประเภท

ช่องทางติดต่อสั่งซื้อ

Share:

Scroll to Top