Impact EnterpriseAssist-ImpactIMPACT ENTERPRISE CO., LTD.
โทรสอบถาม02 402 8160-7

Macherey - Nagel

ซัลไฟต์กับซัลเฟตต่างกันอย่างไร? สำหรับงานอาหาร ฉลาก และงานบำบัดน้ำ

ซัลไฟต์กับซัลเฟตต่างกันอย่างไร? สำหรับงานอาหาร ฉลาก และงานบำบัดน้ำ

หลายคนสับสนระหว่าง ซัลไฟต์ และ ซัลเฟต เพราะชื่อคล้ายกัน และทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับธาตุกำมะถันเหมือนกัน แต่ในการใช้งานจริง สองคำนี้ ไม่ใช่สารตัวเดียวกัน และไม่ควรใช้ตรวจแทนกันโดยไม่เข้าใจวัตถุประสงค์

ซัลไฟต์ มักเกี่ยวข้องกับสารกันเสียในอาหาร สารลดคลอรีน และสารที่ช่วยกำจัดออกซิเจนในน้ำ

ส่วน ซัลเฟต เป็นรูปที่เสถียรกว่า มักพบเป็นรูปปลายทางหลังจากซัลไฟต์ทำปฏิกิริยาแล้ว หรือพบในน้ำในรูปของเกลือแร่บางชนิด

ดังนั้น ถ้าต้องการตรวจสารกันเสียกลุ่มซัลไฟต์ในอาหาร แต่ไปตรวจซัลเฟตแทน ผลที่ได้อาจไม่ตอบคำถามที่ต้องการ เพราะสองตัวนี้ให้ความหมายคนละอย่าง


ซัลไฟต์ คืออะไร?

ซัลไฟต์ หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Sulphite / Sulfite คือสารกลุ่มหนึ่งที่มีธาตุกำมะถันเป็นองค์ประกอบ จุดเด่นคือเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่าย โดยเฉพาะออกซิเจน คลอรีน หรือสารออกซิไดซ์

ถ้าพูดในมุมการใช้งาน ซัลไฟต์คือสารที่ยัง “ทำงาน” ได้ เช่น เข้าไปช่วยลดคลอรีน ช่วยชะลอการเปลี่ยนสีของอาหาร หรือช่วยกำจัดออกซิเจนในระบบน้ำบางประเภท

ตัวอย่างสารในกลุ่มซัลไฟต์ เช่น

  • Sodium sulphite
  • Sodium bisulphite
  • Sodium metabisulphite
  • Potassium metabisulphite
  • Sulfur dioxide

ในงานอาหาร ซัลไฟต์อาจถูกใช้เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บ ลดการเกิดสีน้ำตาล หรือช่วยคงสีของอาหารบางประเภท ส่วนในงานน้ำ สารกลุ่ม bisulphite หรือ metabisulphite มักถูกใช้เพื่อลดคลอรีนที่เหลืออยู่ในน้ำ


ซัลเฟต คืออะไร?

ซัลเฟต หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า Sulphate / Sulfate เป็นสารอีกกลุ่มหนึ่งที่มีธาตุกำมะถันเหมือนกัน แต่ต่างจากซัลไฟต์ตรงที่ซัลเฟตเป็นรูปที่เสถียรกว่า และทำปฏิกิริยาได้ยากกว่า

ซัลไฟต์กับซัลเฟตต่างกันอย่างไร? สำหรับงานอาหาร ฉลาก และงานบำบัดน้ำ ภาพประกอบ 1

ถ้าเปรียบเทียบแบบภาษาคนทำงานจริง:

ซัลไฟต์ คือรูปที่ยังทำปฏิกิริยาได้ง่าย
ซัลเฟต คือรูปที่นิ่งกว่า หรือเป็นรูปปลายทางหลังจากซัลไฟต์ทำปฏิกิริยาแล้ว

ตัวอย่างสารกลุ่มซัลเฟต เช่น

  • Sodium sulphate
  • Calcium sulphate
  • Magnesium sulphate
  • Potassium sulphate

ในงานน้ำ ซัลเฟตมักเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ ปริมาณเกลือแร่ หรือค่าทางเคมีของน้ำบางประเภท ไม่ใช่ตัวเดียวกับซัลไฟต์ที่ใช้เป็นสารกันเสียหรือสารลดคลอรีน


ทำไมซัลไฟต์กับซัลเฟตจึงไม่ใช่ตัวเดียวกัน?

ซัลไฟต์และซัลเฟตต่างกันที่ “สภาพของกำมะถัน” ภายในสาร

ในทางเคมี ซัลไฟต์มีกำมะถันอยู่ในสภาพที่ยังเปลี่ยนแปลงต่อได้ง่ายกว่า เมื่อเจอออกซิเจน คลอรีน หรือสารออกซิไดซ์อื่น ๆ ซัลไฟต์สามารถเปลี่ยนไปเป็นซัลเฟตได้

ส่วนซัลเฟตเป็นรูปที่ถูกเปลี่ยนไปไกลกว่าแล้ว จึงเสถียรกว่า และทำปฏิกิริยาได้น้อยกว่า

ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ:

ซัลไฟต์ = ก่อนทำปฏิกิริยาหรือยังเหลือฤทธิ์อยู่
ซัลเฟต = หลังทำปฏิกิริยาแล้วหรือเป็นรูปปลายทางมากกว่า

เพราะเหตุนี้ การตรวจซัลไฟต์และการตรวจซัลเฟตจึงตอบคนละคำถาม


ตารางเปรียบเทียบซัลไฟต์และซัลเฟต

หัวข้อซัลไฟต์ซัลเฟต
ภาษาอังกฤษSulphite / SulfiteSulphate / Sulfate
ลักษณะสำคัญทำปฏิกิริยาได้ง่ายกว่าเสถียรกว่า
ตัวอย่างสารSodium sulphite, Sodium metabisulphiteSodium sulphate, Magnesium sulphate
งานที่พบบ่อยอาหาร งานลดคลอรีน งานกำจัดออกซิเจนงานคุณภาพน้ำ เกลือแร่ หรือรูปปลายทางหลังทำปฏิกิริยา
ความหมายของผลตรวจบอกว่ามีซัลไฟต์เหลืออยู่หรือไม่บอกปริมาณซัลเฟต ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่ามีซัลไฟต์เหลืออยู่
ตรวจแทนกันได้ไหมไม่ควรใช้แทนกันไม่ควรใช้แทนกัน

ซัลไฟต์ในอาหารเกี่ยวข้องกับอะไร?

ในอาหาร คำว่า sulphites มักหมายถึงกลุ่มของ sulfur dioxide และเกลือซัลไฟต์ เช่น sodium sulphite, sodium metabisulphite หรือ potassium metabisulphite

สารกลุ่มนี้อาจพบในอาหารบางประเภท เพราะสามารถช่วยเรื่องการเก็บรักษา สีของอาหาร และการลดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างระหว่างการเก็บ

อาหารที่อาจพบซัลไฟต์ เช่น

  • ผลไม้อบแห้ง
  • ผลไม้ดองหรือผักดองบางชนิด
  • ไวน์
  • น้ำผลไม้บางประเภท
  • อาหารทะเลแห้ง เช่น กุ้งแห้ง หมึกแห้ง
  • ผลไม้กระป๋องบางชนิด
  • ผลิตภัณฑ์แป้งหรือเส้นบางประเภท

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าอาหารทุกชนิดในกลุ่มนี้มีซัลไฟต์เสมอไป ควรใช้คำว่า “อาจพบซัลไฟต์” และควรตรวจสอบจากฉลากหรือใช้ชุดทดสอบเพื่อยืนยัน


อ่านฉลากอาหารควรมองหาคำว่าอะไร?

ถ้าต้องการดูว่าอาหารอาจมีสารกลุ่มซัลไฟต์หรือไม่ ให้มองหาคำเหล่านี้บนฉลาก

คำบนฉลากความหมาย
Sulfur dioxideซัลเฟอร์ไดออกไซด์
Sodium sulphite / Sodium sulfiteโซเดียมซัลไฟต์
Sodium bisulphiteโซเดียมไบซัลไฟต์
Sodium metabisulphiteโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์
Potassium metabisulphiteโพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟต์
E220–E228กลุ่มรหัสสารซัลไฟต์ที่อาจพบในระบบฉลากอาหาร

สำหรับประเทศไทย เอกสารสรุประบุว่าอาหารบรรจุสำเร็จรูปต้องแสดงข้อมูลสารที่ก่อภาวะไวเกิน หากมี sulphite ที่ความเข้มข้น 10 mg/kg หรือมากกว่า

ในมุมผู้บริโภคหรือผู้ตรวจสินค้า ให้จำง่าย ๆ ว่า ถ้าเห็นคำว่า sulphite, sulfite, sulfur dioxide, metabisulphite หรือรหัสกลุ่ม E220–E228 ควรเข้าใจว่าเป็นสารกลุ่มซัลไฟต์ ไม่ใช่ซัลเฟต


ตรวจซัลไฟต์ ไม่เท่ากับ ตรวจซัลเฟต

จุดนี้สำคัญมากสำหรับงาน QC งานโรงงาน และงานแนะนำชุดทดสอบให้ลูกค้า

ถ้าต้องการตรวจสารกันเสียกลุ่มซัลไฟต์ในอาหาร ควรเลือกการตรวจที่เกี่ยวข้องกับ

Sulphite / Sulfite
หรือ
Sulfur dioxide residue

ไม่ควรเลือกตรวจซัลเฟตแทน เพราะซัลเฟตไม่ได้บอกโดยตรงว่าอาหารนั้นมีซัลไฟต์ตกค้างอยู่หรือไม่

เช่นเดียวกับงานน้ำ ถ้ามีการเติม sodium bisulphite หรือ sodium metabisulphite เพื่อลดคลอรีน แล้วต้องการรู้ว่ายังมีสารนี้เหลืออยู่ไหม ควรตรวจ ซัลไฟต์ตกค้าง ไม่ใช่ตรวจซัลเฟต

สรุปคือ:

ถ้าต้องการดูสารที่ยังเหลือและยังทำปฏิกิริยาได้ ให้ตรวจซัลไฟต์
ถ้าต้องการดูรูปปลายทางที่เสถียรกว่า ให้ตรวจซัลเฟต


ตัวอย่างการเลือกชุดทดสอบให้ตรงกับงาน

ซัลไฟต์กับซัลเฟตต่างกันอย่างไร? สำหรับงานอาหาร ฉลาก และงานบำบัดน้ำ ภาพประกอบ 2

ต้องการตรวจสารกันเสียในอาหาร

ควรเลือกชุดทดสอบสำหรับ ซัลไฟต์ หรือ sulfur dioxide residue

เหมาะกับตัวอย่าง เช่น

  • ผลไม้อบแห้ง
  • อาหารทะเลแห้ง
  • ผักดอง
  • ผลไม้ดอง
  • น้ำผลไม้บางชนิด
  • วัตถุดิบอาหารที่ต้องการตรวจคัดกรอง

ต้องการตรวจสารลดคลอรีนในน้ำ

ถ้ามีการใช้ sodium bisulphite หรือ sodium metabisulphite เพื่อลดคลอรีน ควรตรวจ ซัลไฟต์ตกค้าง

เหมาะกับงาน เช่น

  • ระบบ RO
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • ระบบผลิตน้ำ
  • งานบำบัดน้ำ
  • งานตรวจน้ำก่อนเข้ากระบวนการ

ต้องการตรวจซัลเฟตในน้ำ

ถ้าต้องการดูปริมาณซัลเฟตในน้ำ เช่น SO₄²⁻ หรือดูคุณภาพน้ำในเชิงเกลือแร่ จึงควรเลือกชุดทดสอบ ซัลเฟต

เหมาะกับงาน เช่น

  • น้ำดิบ
  • น้ำบาดาล
  • น้ำในระบบอุตสาหกรรม
  • งานควบคุมคุณภาพน้ำบางประเภท

ต้องการสอบถามสินค้าเกี่ยวกับงานวิเคราะห์นี้?

ทัก LINE ขอใบเสนอราคาซื้อบน Shopee

คุณสามารถเลือกเปิดหรือปิดคุกกี้แต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้นคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ และเปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "การตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บไซต์